นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ ด้วยการรวมกลุ่มธุรกิจ (Business Unit) ทั้ง 6 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจศูนย์การค้า ,โรงแรมและการท่องเที่ยว ,การเงิน-กอล์ฟ , อสังหาริมทรัพย์ , ข้าว และธุรกิจสนับสนุน เข้ามาอยู่ร่วมกันภายใต้ชื่อเอ็มบีเค กรุ๊ป ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และในอนาคตจะมุ่งสร้างแบรนด์เอ็มบีเค กรุ๊ป ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
"เราเตรียมแผนในการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เมื่อ 3 ปีก่อน จากเดิมที่คนทั่วไปจะคุ้นเคยกับชื่อเอ็มบีเค ซึ่งเป็นศูนย์การค้า แต่หลังจากที่บริษัทต่อสัญญาเช่าที่ศูนย์การค้าออกไปอีก 20 ปี ทำให้ต้องเสียค่าเช่าที่ดินสูงหลายเท่าตัว ทำให้กำไรที่บริษัทจะได้ลดลง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างรายได้จากธุรกิจอื่นให้เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง และทำรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ผู้ถือหุ้นคาดหวัง"
ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพและจะผลักดันรายได้หลักในอนาคต ได้แก่ กลุ่มศูนย์การค้า โรงแรม อสังหาฯ และการเงิน โดยในปีนี้บริษัทเตรียมใช้งบลงทุนเกือบ 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็น การลงทุนในกลุ่มค้าปลีก ในส่วนต่อขยายของพาราไดซ์ พาร์ค ใช้เงินลงทุน 800-900 ล้านบาท ลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ 1,000 - 1,500 ล้านบาท อาทิ ในรูปแบบคอนโดมิเนียม ย่านรัชดาฯ 1,500 ล้านบาท และ 300-400 ล้านบาท ที่ภูเก็ต ลงทุนในธุรกิจการเงิน 500 ล้านบาท และเงินลงทุนสำหรับปรับปรุงต่างๆ 500-600 ล้านบาท และอื่นๆ
โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีการเติบโต 10% จากเดิมที่มีรายได้รวมกว่า 8,500 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากศูนย์การค้ากว่า 40% ข้าว 28-30% โรงแรม 15% การเงิน 10% อสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ 5%
"เอ็มบีเค กรุ๊ป ต้องการเป็นผู้ให้ความประทับใจในงานบริการทั้งจากคนไทย และชาวต่างชาติ ต้องการมีแบรนด์ธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์เป็นของตัวเอง ซึ่งต้องใช้เวลาระยะยาว ทำให้ใน 2 ปีนี้จึงมุ่งเน้นสร้างรากฐานให้แข็งแรง ให้มีความมั่นคง และเชื่อถือได้"
สำหรับศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ได้เซ็นสัญญาเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ออกไปอีก 20 ปี ด้วยมูลค่า 25,378 ล้านบาท โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2556-21 เมษายน2576
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,744
31 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555




