หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home คอลัมนิสต์ผู้ทรงคุณวุฒิ คอลัมน์: IT Idea การพัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ใช้เอง ตอนที่ 4 : ณรงค์ เวศนารัตน์

การพัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ใช้เอง ตอนที่ 4 : ณรงค์ เวศนารัตน์

พิมพ์
User Rating: / 12
แย่ดีที่สุด 

altเมื่อกลับมาไทยในปี 1981 ก็พบว่า สถาบันที่ตนเองสอนอยู่นั้น มี Apple II เพียงเครื่องเดียวสำหรับให้บริการนักศึกษา และอยู่ในตู้ที่ล๊อคไว้ อาจารย์หรือนักศึกษาที่ต้องการใช้งาน ต้องไปตามหาอาจารย์ผู้ดูแล ซึ่งมีห้องพักและสอนอยู่อีกตึกหนึ่ง หาตัวพบยาก จึงทำให้ไม่ค่อยมีใครมาขอใช้

 


การเรียนการสอนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่ก็สอนกันแห้งๆ บนกระดาน เขียนโปรแกรมส่งบนกระดาษ โดยไม่ต้องทดสอบกับเครื่อ ตลอด 1 เทอม ก็อาจมีการบังคับให้เขียนโปรแกรมที่ผ่านการทำงานจริงเพียง 1 ครั้ง เรียกว่า machine problem โดยนักศึกษาบางคน อาจไม่เคยได้แตะไมโครคอมพิวเตอร์เลย

ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ก็ยังสอนภาษา FORTRAN V เป็นหลัก หากต้องการทดสอบโปรแกรม ก็ต้องเขียนโปรแกรมลงบน coding sheet ส่งไปศูนย์คอมพิวเตอร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่ง อ. สมชาย ทยานยง เป็น ผ.อ. อยู่ เพื่อเจาะบัตรทำ Hollerith card หรือ punched card และนำไปอ่านเข้าเครื่อง เพื่อ run แบบ batch processing โปรแกรมลงทะเบียน และประมวลผลการศึกษาก็ต้องทำเช่นเดียวกัน แต่มีการเช่าเครื่องเจาะบัตรมาไว้ใช้เอง เพื่อจะได้เจาะบัตรข้อมูลและแก้ไขโปรแกรมได้สะดวก 

รูปนี้เป็นเครื่องเจาะบัตร และเครื่องเรียงบัตรหรืออ่านบัตรของ IBM รุ่นหนึ่ง ที่ผมได้รับบริจาคมา หวังจะทำพิพิธภัณฑ์ไว้ให้นักศึกษาดู ที่สำนักคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ทำไม่สำเร็จ

alt

นี่คือ ซีพียู ที่อ่านโปรแกรมจากบัตรเจาะรู จะเห็นว่า การสร้างของ ไอบีเอ็ม ยุคนั้น ยังใช้การต่อวงจรด้วยเทคนิค wire wrapping คือเดินสายทีละตัวแบบใช้สายพันหลัก เพื่อให้ได้ตามสเป็คส์ที่ลูกค้าต้องการ

alt

อย่างไรก็ดี กระแสไมโครคอมพิวเตอร์ในไทยช่วงนั้น กำลังแรงเช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ แต่มหาวิทยาลัย โรงเรียน และวิทยาลัย ทั้งของรัฐและเอกชน ยังปรับตัวไม่ทัน ไม่สามารถหางบมาซื้อไมโครคอมพิวเตอร์บริการนักศึกษาได้ เป็นโอกาสทองของโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์ห้องแถว ที่เริ่มผุดขึ้นมาทีละแห่งสองแห่ง 

ช่วงนั้น เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นอาจารย์เหมือนกันคนหนึ่งคือ อ. ประเสริฐ ประวัติรุ่งเรือง และพวก 4-5 คน ได้ตั้งโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์ โดยไมโครคอมพิวเตอร์ขึ้นเป็นแห่งแรกของไทย โดยมี อ. พัฒพงษ์ อมรวงษ์ รุ่นน้องคงหนึ่งเป็นคนแนะนำ ถ้าจำไม่ผิด น่าจะชื่อ โรงเรียนเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยเช่าตึกแถวคูหาหนึ่ง แถวคลองตัน ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ Radio Shack's TRS-80 Model III 5 เครื่อง ในจำนวนนี้ มีเครื่องที่มี floppy disk เพียงเครื่องเดียว สาเหตุเพราะระยะนั้นยังถือว่ารุ่นที่มี floppy disk drive ราคาแพงมาก ในอเมริกามีราคาถึง $2495 ในปี 1984 (http://www.old-computers.com/museum/computer.asp?c=18)
alt
ในยุคแรกๆ นั้น การสอนทฤษฎีทำในห้องเรียนแบบปกติ ที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ เมื่อถึงคราวจะปฎิบัติ จึงให้มาใช้ห้องที่มีคอมพิวเตอร์ และอาจได้ใช้เครื่องตามคิว
ทำให้ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์มากมาย แบบ 1 คนต่อเครือง  นักศึกษาในโรงเรียน และ ม. ทั่วไปที่มีคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอต่อปริมาณนักศึกษา เช่น วิทยาลัยพาณิชย์ต่างๆ  ม. รามคำแหง จึงต้องหาที่เรียนคอมพิวเตอร์เสริม เพื่อจะได้มีประสบการณ์ในการได้ใช้คอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น ธุรกิจโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์แบบห้องแถวจึงบูมขึ้นมากมาย

การตั้งโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์ใกล้ ม. รามคำแหง จึงเป็นเป้าหมายทางธุรกิจที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะมีนักศึกษาจำนวนมาก ที่ไม่มีโอกาสได้เข้าถึงคอมพิวเตอร์

alt

ทางด้าน CPU นั้น ยังถือได้ว่า spec ของ TRS80-Model III ต่ำกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ที่ผมสร้างขึ้นที่ฟิลิปปินส์ คือใช้ clock แค่ 2.03 MHz(ของผม 4.0 MHz) 

TRS80-Model III มีรายละเอียดดังนี้
NAME TRS 80 MODEL III
MANUFACTURER Tandy Radio Shack
TYPE Home Computer
ORIGIN U.S.A.
YEAR 1981
END OF PRODUCTION Unknown
BUILT IN LANGUAGE TRS-80 Level II BASIC
KEYBOARD Full-stroke keyboard with separated numeric keypad
CPU Zilog Z80 then Z80A
SPEED 2.03 MHz
RAM 16 KB (up to 48 KB)
ROM 14 KB
TEXT MODES 32 or 64 columns x 16 lines
GRAPHIC MODES 128 graphic characters
COLOrsc monochrome
I/O PORTS Tape (500 or 1500 bauds), Centronics, RS232
BUILT IN MEDIA Zero, one or two 5.25'' disk-drives.
OS TRS DOS (other OSes were available : New DOS, LDOS, MultiDOS, ...)
POWER SUPPLY Built-in power supply unit
PERIPHERALS Various Tandy peripherals
PRICE No disk model : AU$1450 (Australia, 1981)
$2495 in 1984 for a complete system with 2x360 KB drives, TRSDOS, 64kb Ram, software and printer

 

 

ผมก็เลย เป็นมือปืนรับจ้างให้ อ. ประเสริฐ คือเป็นผู้สอนภาษาเบสิกบ้าง คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ บ้าง 

แต่วิชาหลักผมคือคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ ที่เกี่ยวกับ microprocessor, interfacing, assembly และ machine language ของ CPU ตระกูล 8085 ที่เป็นรุ่นก่อน Z80 แต่คำสั่ง Z80 มีมากกว่า 

การสอน computer hardware ยุคนั้นทางโรงเรียนของ อ. ประเสิร๗ ใช้ single board ของศิษย์เก่าพระจอมเกล้าอีกคนหนึ่งคือ คุณ ดิศักดิ์ ศรีสุวรรณ ซึ่งตอนนั้น single board ทั่วไปจะเลียนแบบบอร์ด Micro Professor MPF-I จากบริษัท Multitech ในใต้หวัน แต่ราคามันแพง จึงมีคนพยายามผลิตบอร์ดคล้ายๆ กันขึ้นขายในประเทศ 2-3 ราย เราเลือกซื้อจากรายนี้เพราะรู้จักกันมาก่อน
 
alt

บริษัท Multitech ก็คือบริษัท Acer ในปัจจุบัน ส่วนคุณดิศักดิ์ ศรีสุวรรณ คือผู้ก่อตั้งบริษัท Atex Computer ที่ประกอบไมโครคอมพิวเตอร์เทียบเท่า IBM PC ขายเป็นรายแรกๆ ในเวลาต่อมา

โรงเรียนคอมพิวเตอร์ห้องแถวของ อ. ประเสริฐ ประวัติรุ่งเรือง ในยุคนั้น ได้พัฒนามาเป็น สยามคอมพิวเตอร์ จากนั้นได้ขยายกิจการไปเป็น SBAC และมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ในปัจจุบัน
 
 
 
ต่อมาไม่นาน อธิการบดี รศ. ดร. สมชอบ ไขยเวช ได้เรียกผมไปพบ ท่านบอกว่าได้ยินว่า you สร้างคอมพิวเตอร์เองที่ฟิลิปปินส์ ตอนนี้สถาบันมีเพียง Apple II เครื่องเดียว และการของบประมาณซื้อคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องยาก เพราะยังไม่มีหน่วยงานด้านคอมพิวเตอร์ คือไม่มีทั้งเงิน และไม่มีทั้งคน จึงอยากให้มาช่วยหาทางสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์ขึ้นมา โดยเริ่มจากสร้างคอมพิวเตอร์เองก่อนสักจำนวนหนึ่ง เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้กันมากขึ้น โดยท่านจะหาทางขอแบ่งปันเงินค่าวัสดุจากคณะและวิทยาลัยมาให้

ผลก็คือ ได้ตั้งเป็นหน่วยงานภายใน ขึ้นมาหน่วยงานหนึ่ง ให้ผมดูแล ใช้ชื่อว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนางานคอมพิวเตอร์ เริ่มต้นมีคนเพียง 2 คน คือผมและคุณกัลยาณี หรือชุติมนต์ในปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ด้านเอกสาร ที่เป็นลูกจ้างด้วยเงินรายได้สถาบันคนหนึ่ง เป้าหมายคือพัฒนางานคอมพิวเตอร์ เพื่อหาทางสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์ขึ้นมาให้ได้ และมีแผนจะขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอรมัน เพื่อซื้อคอมพิวเตอร์
 
ห้องทำงานแรก คือห้องว่างเล็กๆ ด้านริมคลองของอาคารบริหารแรกสุดของพระจอมเกล้าสมัยที่ยังเป็น โรงเรียนเทคนิคไทยเยอรมัน ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ชั้น 2 ของอาคารหอสมุดกลางเก่า รูปข้างล่างคือห้องทำงานของผม ที่ใช้พัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ที่หอสมุดกลาง
 
alt 
ดังนั้น การพัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ขึ้่นใช้เอง จึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ในตอนที่ห้องทำงานของศูนย์วิจัยและพัฒนางานคอมพิวเตอร์ยังอยู่ที่ตึกบริหารเก่า โดยตั้งเป้าไว้ 12 เครื่อง ใช้ต้นแบบจากที่ผมทำมาที่ฟิลิปปินส์ โดยทำเป็นโครงงานของนักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ได้มีการทำ PCB Artwork ด้วยแผ่นไมลาร์ขนาด 2 เท่า แบบที่ทำที่ฟิลิปปินส์ขึ้นมาใหม่ ผมดัดแปลง ปรับปรุงวงจรเล็กน้อย 

ด้าน firmware ได้นำโปรแกรม Z80 Debugger ที่อยู่บน DOS มาดัดแปลงให้ทำงานได้บน ROM ทำให้สามารถใช้ Z80 Assembler/Disassembler เพื่อเรียนรู้ภาษา Assembly Language และ Machine Language ได้โดยไม่ต้องมี Disk Drive สามารถใช้เป็นคอมพิวเตอร์ในการทดลองควบคุม Hardware ผ่านวงจร Interface ง่ายๆ ได้

เมื่อทำ Artwork เสร็จ ก็ไปจ้างบริษัท CIRCON แถวหน้ารามคำแหงให้ทำ PCB ให้ บริษัทนี้เป็นเจ้าแรกที่ทำ PCB แบบ Plated Through Hole ในไทยยุคนั้น

จอภาพก็ไปซื้อทีวีขาวดำถูกๆ มาดัดแปลงเล็กน้อย  ในรูป ซ้ายมือคือไมโครคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมาในประเทศไทย  ช้ากว่าที่ทำที่ฟิลิปปินส์ประมาณ 3 ปี

alt

ตัวถังก็ใช้เหล็กแผ่นมาพับให้คล้ายๆ ตัวถัง Apple II เนื่องจากเป็นโครงงานนักศึกษา จึงต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี ในปี 1983 จึงได้ไมโครคอมพิวเตอร์เทียบเท่า Radio Shack's TRS80 Model III ชนิดไม่มี Disk Drive ขึ้นมา 12 เครื่อง แต่เร็วกว่า 2 เท่า ความสามารถทางการแสดงผล เหนือกว่าทั้ง graphic และตัวอักษรพิเศษ ที่เพิ่มขึ้นมา

จำได้คร่าวๆ ว่า ราคาต้นทุนเครื่องละประมาณ 1 หมื่นบาท ในขณะที่ TRS80 Model III แบบไม่มี Floppy Disk Drive ช่วงนั้นราคาประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท

อธิการบดี รศ. ดร. สมชอบ ไชยเวช ได้อนุญาตให้ใช้ห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งบนตึกบริหาร เป็นห้องบริการคอมพิวเตอร์ โดยเปิดให้นักศึกษาผู้สนใจเข้าไปใช้ได้อย่างอิสระ

alt

ในรูปคือนักศึกษาที่กำลังฝึกเขียนโปรแกรมภาษาเบสิก โดยใช้คอมพิวเตอร์ที่ทางศูนย์วิจัยและพัฒนางานคอมพิวเตอร์สร้างขึ้นเอง

alt

 

ชมรมคอมพิวเตอร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นชมรมหนึ่งที่ active ในยุคนั้น มีแกนนำที่สนใจด้านคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง มาขออนุญาตเปิดคอร์สอบรมการใช้คอมพิวเตอร์และภาษาเบสิก ให้แก่นักศึกษาที่สนใจฟรีๆ ในรูปเป็นการอบรมของชมรม ครั้งหนึ่ง ที่ผมถ่ายรูปไว้

alt

alt

 

ในช่วงนั้น(1982-85) มินิ และ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ยังเป็นเครื่องประมวลผลหลักขององค์กรใหญ่ๆ และแม้แต่มหาวิทยาลัย ยักษ์ใหญ่ที่รุ้จักกันดีคือ

 IBM และ Digital Equipment Corp.(DEC) โดยค่าย DEC จะมีมินิที่ใช้ UNIX OS เป็นที่นิยมในมหาวิทยาลัยทั่วโลก

เครื่องพวกนี้ ต้องใช้เทอร์มินัล (dump terminal) เพื่อแสดงผลและป้อนข้อมูลเข้า โดยคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง อาจสามารถต่อเทอร์มินัลได้หลายตัว เช่น 8, 16, 32, 64 เครื่อง การเชื่อมต่อระหว่างเทอร์มินัลใช้ Serial Interface ที่ความเร็วต่างๆ เช่น 1200, 2400 bps

ราคาเทอร์มินัลมาตรฐานในยุคนั้นยังสูงมาก สูงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์เทียบเท่า Apple II จากใต้หวันเสียอีก ดังนั้น ผมจึงคิดพัฒนา dump terminal ภาษาไทย และภาษาอังกฤษขึ้น โดยให้เป็นโครงงานนักศึกษา ซึ่งก็ได้ต้นแบบออกมาใช้งานสาธิตได้ แต่ก็ไม่ได้มีการต่อยอดนำไปใช้จริงจังแต่อย่างไร 

น.ศ. สองคนที่พัฒนาเทอร์มินัลภาษาไทย คือ นายธานี ยอดชมชาญ และ นายประสิทธิ์ ศิริสินอุดมกิจ

alt

 

ตัวอักษรไทยที่พัฒนาขึ้นใช้กับ dump terminal ภาษาไทย โดยการ burn ลงบน EPROM เพื่อใช้เป็น Character Generator สำหรับสร้างภาพตัวอักษรบนจอ

alt

 

อันนี้ัเป็นต้นแบบ dump terminal ภาษาอังกฤษล้วน ไม่มีภาษาไทย

alt

 

ผมได้พยายามที่จะพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบคอมพิวเตอร์ทุกอย่างที่พอทำได้ขึ้นให้ได้ในประเทศไทย โดยมีทีมนักศึกษากลุ่มหนึ่งช่วยทำเป็น senior project  ในรูปคือทีมงานส่วนหนึ่งที่พัฒนา dump terminal และ Hardware ที่คาดว่าน่าผลิตใช้เองในประเทศ ในทีมนี้มีการพัฒนา Thai/English dump terminals และ เครื่องอ่านบาร์โต๊ด (Barcode Reader)

น่าเสียดายที่ทักษะด้านฮาร์ดแวร์ของเด็กพวกนี้ ไม่ได้พัฒนาเอาไปใช้ต่อเนื่องอย่างจริงจัง เพราะเมื่อจบไปแล้ว ก็ไปทำงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ยกเว้น ประสิทธิ์ ที่ไปทำงานด้านคอมพิวเตอร์ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นก็ออกไปทำงานบริษัท และขณะนี้เป็นเจ้าของกิจการ

alt

 

ยุคนั้น ไมโครโปรเซสเซอร์ได้พัฒนาขึ้นเป็นขนาด 16 บิต Motorola 6800 คือ chip ที่ก้าวหน้ามากในยุคนั้น ก็เลยพยายามพัฒนาไมโครคอมพิ

วเตอร์ 16 บิต แสดงผลบนจอสีขึ้นมา

เป้าหมายคือ อยากได้คอมพิวเตอร์ราคาถูก ที่ใช้เล่นเกมส์บนทีวีสีได้ เหมือน Apple II และเครื่องเล่นเกมส์ยุคแรกๆ เช่น ZX คอมพิวเตอร์

alt

 

หน้าจอคอมพิวเตอร์ 16 บิต สี แสดงชื่อนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ 3 คน ที่ทำโครงงานนี้ ขณะนี้ สมภพ เป็นเจ้าของกิจการบริษัทผลิตเครื่อง CNC แห่งหนึ่ง ในขณะที่ สำราญ มีตำแหน่งระดับสูงอยู่ในฝ่ายขายของบริษัทคอมพิวเตอร์ NEC ในประเทศไทย
 
 
 
 alt
 
 
น่าเสียดาย ที่ผมขาดทักษะในการแสวงหานายทุนที่จะนำโครงงานเหล่านี้ไปต่อยอด จนสามารถพัฒนาเป็นสินค้าในประเทศได้ ทำให้โครงงานเหล่านี้ ทำเสร็จแล้ว ก็เก็บขึ้นหิ้ง เหมือนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่โดยทั่วไป
 

 

 

Read : 3843 times

jL Poll Module1

ไฟดับมืดทั้งภาคใต้ควรแก้ปัญหาอย่างไรมากที่สุด



 

Poll (2)

สภาพัฒน์ประกาศจีดีพีQ1ต่ำกว่าประมาณการมาก ท่านเชื่อถือหรือไม่
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*