นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุกิจพลังงาน (กธ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากที่กระทรวงพลังงานได้ ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการเก็บรักษา การกำหนดบุคลากร ที่รับผิดชอบและการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 สำหรับสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือก๊าซหุงต้ม จะต้องแจ้งข้อเท็จจริงการ ครอบครองหรือขออนุญาตการครอบครอง โดยกำหนดให้ผู้ครอบครองก๊าซหุงต้ม
ไม่เกิน 250 กิโลกรัม ไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศฯ ส่วนผู้ครอบครองเกิน 250-500 กิโลกรัม ต้องแจ้งข้อเท็จจริงการครอบครองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และหากเกิน 500 กิโลกรัมขึ้นไป ต้องขออนุญาตมีไว้ครอบครอง รวมทั้งผู้ที่มีไว้ในครอบครองก๊าซหุงต้มขนาด 1,000 กิโลกรัมต้องเปลี่ยนเป็นเก็บและใช้ก๊าซหุงต้มจากถังเก็บและจ่ายก๊าซเท่านั้น โดยให้ยื่นเรื่องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ 25 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เนื่องจากจะครบระยะกำหนดในวันที่ 26 พฤษภาคม 2555 นี้ กลับพบ ว่ามีผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ห้างสรรพสินค้าหรือภัตตาคาร ฯลฯ ที่ใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงหรือเป็นวัตถุดิบ ที่มีก๊าซหุงต้มครอบ ครองเกินกว่า 250 กิโลกรัม มีการยื่นคำ ร้องมาเพียงแค่ 255 แห่ง จากความรับผิด ชอบของกรมธุรกิจพลังงานที่ดูแลอยู่ 500 แห่ง หรือคิดเป็น 51% เท่านั้น
ดังนั้นจึงอยากจะเตือนผู้ประกอบการต่างๆ ที่มีก๊าซหุงต้มไว้ในครอบครองเกินกว่า 250 กิโลกรัม ให้รีบมายื่นคำร้อง ไม่เกินวันที่ 26 พฤษภาคม 2555 นี้ เพราะหากเลยไปแล้ว ทางกรมธุรกิจพลังงานจะส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และหากพบว่ายังไม่มีการแจ้งข้อเท็จจริง ผู้ประกอบการจะมีโทษหนักจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งผู้ ที่ไม่ขออนุญาตการครอบครองต่อเจ้าหน้าที่จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายวีระพลกล่าวอีกว่า ส่วนผลการ ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงในรอบ7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2555 (ตุลาคม 2554-เมษายน 2555) จากสถานี บริการน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศ จำนวน 4,009 ราย 7,182 ตัวอย่าง พบการจำหน่าย น้ำมันคุณภาพต่ำ 23 ราย 24 ตัวอย่าง คิด เป็น 0.57% และ 0.33% ของจำนวนราย และตัวอย่าง ซึ่งจากการวิเคราะห์น้ำมันที่มีคุณภาพต่ำในกลุ่มน้ำมันเบนซิน พบความผิด 14 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่ปนด้วยน้ำมันแก๊สโซฮอล์ และปนสารโซลเวนต์ ที่สันนิษฐานว่า เกิดจากการนำน้ำมันที่มีราคาถูกมาผสมหรือจำหน่าย และในกลุ่มน้ำมันดีเซล พบความผิด 10 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นการลักลอบนำเข้าน้ำมันดีเซลจากต่างประเทศ โดยน้ำมันที่มีคุณภาพต่ำและตรวจพบการกระทำผิดนั้น ส่วนใหญ่ จะเป็นปั๊มน้ำมันอิสระที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
สำหรับการใช้น้ำมันในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่า ปรับตัวลดลงจาก เดือนมีนาคม 2555 โดยการใช้น้ำมันกลุ่ม เบนซินปรับตัวลดลง 2% มีการใช้อยู่ที่ 20.3 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนน้ำมันดีเซลลดลง 5% มีการใช้อยู่ที่ 55.9 ล้านลิตรต่อวัน มีปัจจัยมาจากการหยุดยาวช่วงสงกรานต์ และราคาน้ำมันแพง ซึ่งรวมถึงการใช้ก๊าซ หุงต้มในภาพรวมลดลงด้วย 7% มีการใช้อยู่ที่ 569,000 ตันต่อเดือน และเอ็นจีวี ลดลง 7% เช่นกัน อยู่ที่ 7,200 ตันต่อวัน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,742 24-26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555




