นายปรีดา กลิ่นเทศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมมาร์ท โฮมโซลูชั่น จำกัด ศูนย์ให้คำปรึกษาออกแบบปรับปรุงตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน Home Renovation Center เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ทิศทางตลาดปรับปรุง ตกแต่ง และซ่อมแซมบ้านในปีนี้ว่า ขณะนี้ประชาชนที่มีบ้านประสบภัยน้ำท่วมช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะยังไม่ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากยังไม่มั่นใจว่าปัญหาน้ำท่วมในปีนี้จะกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งหรือไม่ ทำให้ปัจจุบันพบว่ามีการซ่อมแซมบ้านเพียง 10% สำหรับกลุ่มบ้านเดี่ยวในระดับราคา 2 ล้านบาทขึ้นไป
"แม้ว่าผู้ประสบภัยจะได้รับเงินช่วยเหลือในเรื่องของการประสบภัยน้ำท่วม แต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าน้ำจะกลับมาท่วมอีกครั้งหรือไม่ ทำให้ยังรอดูสถานการณ์ไปก่อน คาดว่าถ้าจะมีการซ่อมแซมบ้านที่ได้ประสบภัยน้ำท่วมก็คงจะเป็นช่วงปีหน้า ขณะที่ปัจจุบันจะพบว่าพฤติกรรมของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งลูกค้าที่เป็นกลุ่มบ้านเดี่ยวมักจะซ่อมแซมหรือปรับปรุงบ้านเมื่อต้องการโดยไม่ได้รอว่าจะต้องมีปัญหา ซึ่งปีนี้พบว่ามีมากถึง 75% ขณะที่ลูกค้าที่บ้านมีปัญหาแล้วมาใช้บริการของบริษัทมีแค่ 25% เท่านั้น ต่างจากอดีตที่ส่วนใหญ่รอให้บ้านมีปัญหาก่อนจึงจะเข้ามาใช้บริการ" นายปรีดา กล่าวและว่า
ในส่วนของบริษัทได้มีการปรับแผนธุรกิจเพื่อรองรับกับทิศทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา โดยหันไปจับตลาดในกลุ่ม non home หรือไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ได้แก่ โรงงาน สำนักงาน โรงแรม วัด เป็นต้น ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาสามารถเข้ารับงานปรับปรุง ตกแต่ง และซ่อมแซมในอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ดังกล่าวได้ยอดขายกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ โดยตลอดทั้งปีนี้คาดว่าจะสามารถทำยอดขายในกลุ่มนี้ได้กว่า 100 ล้านบาท จากยอดขายรวมทั้งปีกว่า 150 ล้านบาท
นายปรีดา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ มีอยู่กว่า 1,700-1,800 โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการซ่อมแซม ปรับปรุงโรงงานอยู่เป็นประจำทุกปี เฉลี่ยโรงงานละประมาณ 1 ล้านบาท ทำให้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเข้าไปทำตลาด โดยช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาบริษัทสามารถเข้าเสนองานและรับงานปรับปรุง ซ่อมแซมได้ประมาณ 90 โรงงาน ทั้งโรงงานที่ประสบภัยน้ำท่วมและโรงงานทั่วไป เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถทำยอดขายในกลุ่มโรงงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
"กลุ่มโรงงานที่ประสบน้ำท่วมส่วนใหญ่หลังจากที่น้ำลดลงแล้ว จะเป็นเรื่องของบริษัทประกันภัยที่เข้าไปตรวจสอบความเสียหายและประเมินมูลค่า หลังจากนั้นจึงจะมีการซ่อมแซม ปรับปรุงในส่วนที่เสียหาย ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวเพิ่งจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนเมษายน ทำให้กลุ่มโรงงานที่ประสบปัญหาน้ำท่วมยังเข้ามาใช้บริการกับบริษัทสัดส่วนเพียง 30% จากจำนวนทั้งหมดที่ประสบภัยน้ำท่วม แต่ตอนนี้ก็มีหลายโรงงานที่บริษัทได้ทำแบบเสนอเพื่อเข้าซ่อมแซม ทำให้ครึ่งปีหลังงานจะเข้ามาอีกมาก ส่วนใหญ่การซ่อมแซมโรงงานเหล่านี้จะมีงบประมาณตั้งแต่ 5 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท" นายปรีดา กล่าวและว่า
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการหันมาซ่อมแซมและปรับปรุงโรงงานกับบริษัท เนื่องจากบริษัทสามารถออกแบบงานได้ตามงบประมาณของลูกค้า ขณะเดียวกันก็มีระบบความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงการที่บริษัทมีทีมงานที่พร้อมในการเข้ารับงานกว่า 500 คน ทำให้สามารถทำงานได้แล้วเสร็จตามกำหนด โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาดในกลุ่ม non home อย่างจริงจังโดยเฉพาะกลุ่มโรงงานต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในภูมิภาค อาทิ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมราชบุรี เป็นต้น
ขณะที่ปัญหาเรื่องอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็นวันละ 300 บาทนั้น นายปรีดา กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดแม้ว่าจะไม่มีการปรับค่าแรงงานเพิ่มขึ้นจากเดิม เพราะปัจจุบันบริษัทจ้างพนักงานมีอัตราเฉลี่ยต่ำที่สุดวันละ 500 บาทอยู่แล้ว ส่วนภาวะการแข่งขันในปีนี้ก็ยังคงมีเป็นปกติ ส่วนสภาพตลาดรับซ่อมแซม และปรับปรุงบ้านในปีนี้น่าจะมีอัตราขยายตัวประมาณ 5% จากมูลค่าตลาดในกลุ่มซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านกว่า 9,600 ล้านบาท ในบ้านระดับราคา 2 ล้านบาทขึ้นไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,742 24-26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555



เดอะริเวอร์ ดันยอดขายไรมอน แลนด์ พุ่ง 300 ล้านบาทภายใน 2 วัน

