ชำแหละรูปแบบการประมูล
ก่อนหน้าที่ กสทช.จะเลือกรูปแบบการประมูล พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานกรรมการ
กิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้เชิญบรรดาสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งเพื่ออบรมความรู้เกี่ยวกับโครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านโทรคมนาคม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงแรมดุสิตธานี เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี
ดร.พัชรสุทธิ์ สุจริตตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญและให้คำแนะนำการออกแบบการประมูล จาก บริษัท Cramton Associates ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ความรู้เกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ โดยมีหัวข้อหลัก ๆ คือ การออกแบบการประมูล (auction design), การแบ่งคลื่นความถี่ (spectrum packing), รูปแบบการประมูล (auction format)
สำหรับรูปแบบการประมูลนั้นมีการนำเสนอด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ 1.Simultaneous Ascending Bid Auction รูปแบบนี้หมายถึง การประมูลคลื่นทุกล็อตพร้อมกัน ผู้ประมูลสามารถเสนอราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าการประมูลจะสิ้นสุด และเมื่อไม่มีผู้เสนอราคา ผู้ร่วมประมูลต้องยื่นประมูลในแต่ละรอบเพื่อรักษาสิทธิ์ในการประมูลในรอบถัดไป
สูตรนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดี คือเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน มีประสิทธิภาพถ้าผู้ประมูลมี unit demand และมีการนำไปใช้กับ spectrum auction ในหลายประเทศ
ส่วนข้อเสีย คือ Demand reduction และ exposure risk ถ้าผู้ประมูลไม่มี unit demand
ข้อดีของรูปแบบนี้ คือเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน มีประสิทธิภาพถ้าผู้เข้าประมูลมี unit demand ส่วนข้อเสีย คือ Demand reduction และ exposure risk ถ้าผู้ประมูลไม่มี unit demand
รูปแบบสุดท้าย คือ Package Clock Auction แทนที่จะยื่นประมูลแต่ละล็อต ผู้ประมูลสามารถยื่นราคาประมูลของแต่ละแพ็กเกจและยื่นประมูลกี่แพ็กเกจก็ได้ กำหนด pricing rule ได้หลายแบบ pricing rule ที่นิยมใช้กระตุ้นให้เกิดการยื่นราคาอย่างตรงไปตรงมา (minimum core pricing) ส่วนข้อดี มีการประมูลอย่างตรงไปตรงมา ไม่เกิดปัญหา demand reduction และ exposure risk มีประสิทธิภาพ ข้อเสีย มีความซับซ้อนโดยเฉพาะการออกแบบและ implementation
เคาะ 9 สล็อตชุดละ 5 เมกฯ
ส่วนการแบ่งคลื่นความถี่ (spectrum packing) มีการนำเสนอ 2 รูปแบบ คือ แบ่งคลื่นความถี่ออกเป็น 3 สล็อต จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ ข้อดี คือ ไม่เกิดปัญหา strategic demand reduction และ exposure risk สามารถใช้รูปแบบการประมูลที่ไม่ซับซ้อนได้ และ 9 สล็อตจำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์ รูปแบบนี้มีความยืดหยุ่นในการเลือกขนาดของใบอนุญาต กระตุ้นการเข้าร่วมประมูลจากผู้ประกอบการรายใหม่
สุดท้ายคณะอนุกรรมการได้เลือกรูปแบบการประมูลแบบ 9 สล็อตจำนวนชุดละ 5 เมกะเฮิรตซ์ โดยกำหนดสูงสุดไม่เกิน 20 เมกะเฮิรตซ์พร้อมตัดเงื่อนไข N-1 ออกไป ซึ่งเชื่อว่าการกำหนดขั้นสูงไว้จะช่วยให้ผู้ประมูลแต่ละรายมีแรงจูงใจในการประมูลเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้คณะอนุกรรมการฯ มีมติเลือกรูปแบบการประมูลเป็น Simultaneous ascending bid auction หรือการประมูลคลื่นความถี่ทุกสล็อตพร้อมกัน และผู้ประมูลสามารถเสนอราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ฟันธงตุลาคมนี้ประมูลได้
ขณะที่ราคาประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์นั้น พ.อ. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ราคาเริ่มต้นใบอนุญาตที่จะเปิดประมูลนั้นคาดว่าจะมีความชัดเจนประมาณปลายเดือนพฤษภาคม หรือช้าสุดต้นเดือนมิ.ย.นี้ เช่นเดียวกับระยะเวลาการจ่ายค่าใบอนุญาตจากผู้ประมูลคาดว่าจะได้ข้อสรุปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตามขั้นตอนการประมูล 3G นั้น จะต้องนำมติในที่ประชุมคณะอนุฯ 3G เข้าประชุมบอร์ด กทค.ในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนที่จะส่งต่อให้กับบอร์ดใหญ่ กสทช. เพื่ออนุมัตมติอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ก่อนนำขึ้นเว็บไซต์ คาดว่าจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2 เดือนหรือเสร็จสิ้นช่วงเดือนสิงหาคม พร้อมดำเนินการเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ให้ทันภายในเดือนกันยายน และตุลาคมปีนี้
ไม่เพียงเท่านี้ที่ประชุมยังมีมติอนุมัติให้มีการทดสอบเทคโนโลยี LTE ในย่านคลื่นความถี่ 1800 MHz ของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด (มหาชน) ที่วังน้ำเขียวและบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ซึ่งขอทดสอบไว้มากกว่าหนึ่งสถาที่ เบื้องต้นจะให้เวลาในการทดลองเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเวลาไม่เกิน 180 วัน และสามารถต่อเวลาได้ 1 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน
ดูเหมือนว่า กสทช.ชุดนี้มั่นใจเกินร้อยว่าการประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี จะเกิดขึ้นภายในเดือนกันยายน หรืออย่างช้าสุดเดือนตุลาคมปีนี้อย่างแน่นอน ในตอนนี้เส้นทางการประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ดูจะราบรื่นยังไม่มีสัญญาณตั้งท่าฟ้องร้องแต่อย่างใด
หากคราวนี้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกรอบนั่นหมายความว่าเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่มีปัญหาอย่างแน่นอนเพราะคลื่นความถี่ที่รองรับให้บริการนั้นเริ่มหนาแน่นแล้วจากการมาของสมาร์ทโฟนนั่นเอง !!
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,741 20-23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555




