นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในฐานะผู้บริหารจัดการสิทธิ์ การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล ลาลีกาสเปน 3 ฤดูกาล บริษัท ใช้งบลงทุนรวมกว่า 1,000 ล้านบาท รวมทั้งการเปิดช่องกีฬา อาร์เอส สปอร์ต ลาลีกา แซทเทลไลท์ ทีวี และยังใช้งบการตลาดอีกประมาณ 100 ล้านบาท ทำกิจกรรมกระตุ้นการรับชม โดยจับมือกับพาร์ตเนอร์ ช่อง 7 สี และดีแทค ร่วมถ่ายทอดสด ครบ 380 แมตช์ โดยจุดขายที่สำคัญ นอกเหนือจากคอนเทนต์ที่ดี คือ เรื่องของกลยุทธ์ราคา ที่จัดแพ็กเกจการรับชม 100 บาทต่อเดือน โดยผู้ชมเพียงแจ้งรหัสกล้องรับสัญญาณดาวเทียม ที่มีระบบ CA (Conditional Access) หรือการเข้ารหัสสัญญาณโทรทัศน์ ที่ช่วยป้องกันการโจรกรรมสัญญาณโทรทัศน์ของผู้ที่ไม่ได้เสียค่าสมาชิก ทางอาร์เอสจะแจ้งโค้ดการเข้ารหัสการชำระค่าบริการ ก็สามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปนได้ทันที
ขณะนี้มีกล่องดังกล่าวอยู่ในตลาดประมาณ 3.5 ล้านกล่อง ได้แก่กล่องของ พีเอสไอ และดีทีวี ส่วนกล่องของ จีเอ็มเอ็ม แซท และทรู วิชั่นส์ เป็นกล่องที่สามารถรับชมได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้เข้าร่วมแต่อย่างใด ส่วนกล่องของพีเอสไอ และดีทีวี ยังมีแผนที่จะทำโปรโมชันแคมเปญร่วมกันต่อไป
อาร์เอสตั้งเป้ายอดสมาชิกฤดูกาลแรกอยู่ที่ 2 แสนราย และปิดฤดูกาลสุดท้ายในปีที่ 3 ประมาณ 8 แสนราย พร้อมตั้งเป้ารายได้ทั้ง 3 ฤดูกาลไว้ที่ 2,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จาก สปอนเซอร์หลัก 20% รวม 4 ราย รายละ 20 ล้าน รายได้จากค่าสมาชิก (Subscription) 70% และอีก 10% มาจากการบริหารสิทธิ์ในรูปแบบต่างๆ โดยปีแรกคาดว่าจะทำรายได้ประมาณ 200-300 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอาร์เอสปีนี้จะอยู่ที่ 3,200 ล้านบาท
ส่วนลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่กำลังจะเปิดประมูลสิงหาคมนี้ ทางอาร์เอสมีความสนใจเช่นกัน โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรในการเข้าร่วมประมูล ภายใต้ราคาที่เหมาะสม โดยอาร์เอสเน้นการเลือกซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลระดับโลกที่ได้รับความสนใจจากแฟนบอลเป็นส่วนใหญ่
ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ภายใต้ชื่อจีเอ็มเอ็ม แซท กล่าวว่า หลังประสบความสำเร็จกับการรุกตลาดกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ผ่านกิจกรรมออน กราวนด์ (On Ground) โรดโชว์ทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อจีเอ็มเอ็ม เฟสติวัล ตอนฟันซิตี้ สนุกกัน สนั่นเมืองเฟสแรก 12 จังหวัดใหญ่ของแต่ละภาค พร้อมทั้งมีแผนการตลาดภายใต้กลยุทธ์มหาชน ที่จะเป็นความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ อาทิ ดีทีวี ซีทีเอช ซัมซุง ฮอนด้า ในการบันเดิลกล่องไปกับพันธมิตรต่างๆ แล้ว ยังทำกิจกรรมการตลาดแบบเข้าถึงผู้บริโภค
ล่าสุด กับลิขสิทธิ์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป EURO 2012 ที่ บมจ.จีเอ็มเอ็ม ได้ลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดและทำการตลาดนั้น ขณะนี้มีการทำแพ็กเกจร่วมกับกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ผ่านสปอนเซอร์ 10 ราย อาทิ ฮอนด้า โค้ก เชฟโรเลต แบรนด์ และวาสลีน นอกจากนี้ ยังมีพาร์ตเนอร์เพิ่มเติมรายใหญ่อีก 2 ราย โดยคาดว่าในช่วงฟุตบอลยูโร จะกระตุ้นยอดขายกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท แตะ 7-8 ล้านกล่อง และถึงเป้า 2 ล้านกล่องภายในสิ้นปีนี้
ส่วนรายได้คาดว่าสิ้นปีนี้ จะมีรายได้รวมประมาณ 2,000 ล้านบาท สำหรับยอดการขายกล่อง ส่วนที่เหลือเป็น รายได้จากค่าโฆษณาและซับสคริปชัน รวม 500 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,734 26-28 เมษายน พ.ศ. 2555




