เตรียมเคาะตัวเลขปรับใหม่ เพิ่มค่าจ้างรายชั่วโมงให้นักเรียนนักศึกษาช่วงปิดเทอม อนุฯวิชาการเตรียมประชุมเร็ว ๆ นี้ ยันปรับขึ้นให้สอดคล้องค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ และภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ด้านห้างดังที่จ้างพนักงานนอกเวลา
ต่างปรับเพิ่มค่าจ้างรายชั่วโมงล่วงหน้า ควบคู่กับค่าแรง 300 บาทกันถ้วนหน้าแล้ว
นางสาวส่งศรี บุญบา รองปลัดกระทรวงแรงงาน และประธานอนุกรรมการกลั่นกรองด้านวิชาการ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในเร็ว ๆ นี้จะมีการประชุม เพื่อพิจารณาทบทวนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง สำหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ที่ทำงานนอกเวลา (Part -Time) ตามที่คณะกรรมการค่าจ้าง ที่มีน.พ. สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง ได้มอบหมายให้อนุกรรมการกลั่นกรองด้านวิชาการไปพิจารณา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา
ปัจจุบันคณะกรรมการค่าจ้างกลาง กำหนดค่าจ้างให้นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการทำงานนอกเวลา ไว้ชั่วโมงละ 30 บาท ไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง หรือแล้วแต่ข้อตกลงระหว่างนายจ้างและนักเรียน นักศึกษา ซึ่งนักศึกษาที่ต้องการหารายได้ช่วงปิดเทอม บางคนสามารถทำงานเต็มวันละ 8 ชั่วโมง ได้รับอัตราค่าจ้างชั่วโมงละ 25 บาท ทำให้มีรายได้เฉลี่ยวันละ 200 บาท ช่วงปิดเทอมสามารถหารายได้เสริม ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 7,000-8,000 บาทเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังช่วยให้เยาวชนกลุ่มนี้ได้ฝึกปรับตัวเข้ากับโลกของการทำงาน หรือตลาดแรงงานในอนาคตด้วย เพราะนักศึกษาบางคนที่เรียนครึ่งวัน หรือช่วงหยุดวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะใช้เวลาทำงานว่างในระหว่างเรียนก็มี ซึ่งทางกระทรวงคอยระวังไม่ให้กระทบกับการเรียน
ขั้นตอนการเสนอปรับเพิ่มค่าจ้างนอกเวลาให้นักเรียนนักศึกษา ที่เตรียมพิจารณาในเร็ว ๆ นี้ คาดว่ามีความเป็นไปได้สูง ที่จะได้รับการพิจารณาปรับเพิ่มจากอัตราเดิม ส่วนจะปรับในอัตรามากน้อยเท่าใดนั้น ต้องฟังความเห็นจากตัวแทนนายจ้างด้วย ว่าอัตราที่เหมาะสมควรเป็นเท่าใด หลังจากอนุกรรมการกลั่นกรองด้านวิชาการได้ข้อสรุปแล้ว ต้องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการค้าจ้าง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนประกาศเป็นกฎกระทรวงการคลัง ให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป
ด้านนายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านอาหารโออิชิ บุ๊ฟเฟ่ต์ , โออิชิ ราเมน , ชาบูชิ เปิดเผยว่า โออิชิปรับขึ้นค่าจ้างให้กับพนักงานชั่วคราว (พาร์ตไทม์) เป็น 40 บาทต่อชม. จากเดิมอยู่ที่ 35 บาทต่อชม. ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีระยะเวลาทำงานเฉลี่ย 6-8 ชม. และการขึ้นค่าจ้างดังกล่าวเพราะต้องการให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่พุ่งขึ้น
โดยปัจจุบันบริษัทร้านอาหารในเครือให้บริการทั้งสิ้น 130 สาขา มีพนักงานให้บริการราว 6 พันคน แบ่งเป็นพนักงานประจำ 70% และพาร์ตไทม์ 30% และจะคงสัดส่วนดังกล่าวไว้ เนื่องจากธุรกิจร้านอาหารจะต้องเน้นคุณภาพการให้บริการ อย่างไรก็ดี การปรับเงินเดือนดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทมากนัก เพราะทุกปีมีการปรับค่าจ้างและเงินเดือนให้กับพนักงานอยู่แล้ว
"โออิชิจะแบ่งพนักงานเป็น 2 ส่วน คือ หน้าร้านกับหลังร้าน โดยเฉพาะพนักงานหน้าร้านการจ้างงานจะเริ่มจากการรับพนักงานพาร์ตไทม์ก่อน เพื่อเข้ามาฝึกฝนเพิ่มทักษะงานในแต่ละ 4 ระดับ ตั้งแต่เก็บจาน ต้อนรับ เสิร์ฟ และแคชเชียร์เป็นเวลา 6 เดือนแล้วสอบ หากผ่านระดับและเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะได้ปรับเงินเดือนเพิ่มอีก 1 พันบาท และบรรจุเป็นพนักงานประจำ และจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ บริษัทไม่มีแผนจะลดสัดส่วนพนักงานประจำลงแล้วมาใช้พาร์ตไทม์มากขึ้น เพราะไม่ต้องการฝึกพนักงานใหม่ ๆ ตลอดเวลา ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการให้บริการแก่ลูกค้าจนไม่ประทับใจ และส่งผลต่อธุรกิจร้านอาหารได้" นายไพศาล กล่าว
ส่วนนายกุฎาธาร นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับค่าจ้างสำหรับพนักงานพาร์ตไทม์ใน 7 จังหวัด โดยมีอัตราค่าจ้างเฉลี่ย 300 - 320 บาทต่อวัน หรือเฉลี่ย 38 - 40 บาทต่อชม. จากเดิมจะอยู่ที่ระดับ 250-300 บาทต่อวัน หรือราว 32-38 บาทต่อชม. ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งของสาขาด้วย โดยปัจจุบันบริษัทมีการจ้างพนักงานประจำราว 80% และพาร์ตไทม์ 20% ซึ่งหากพนักงานพาร์ตไทม์มีความขยันก็จะถูกคัดเลือกให้เข้ามาบรรจุเป็นพนักงานประจำได้
"ปกติพนักงานพาร์ตไทม์จะได้รับค่าจ้างประมาณ 7.2 พันบาทต่อเดือน และมีวันหยุดให้ 4-6 วัน ส่วนพนักงานรายเดือนจะมีค่าจ้าง 9 พันบาทต่อเดือน แต่จะมีส่วนแตกต่างกันที่สวัสดิการ และโอกาสก้าวหน้าเติบโตในหน้าที่การงาน อย่างไรก็ตาม การปรับค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับพนักงานพาร์ตไทม์ ก็เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ที่ให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน และการขึ้นค่าจ้างดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทมากนัก เนื่องจากมีการสำรองงบประมาณไว้เพื่อใช้จ่ายในส่วนนี้อยู่แล้ว" นายกุฎาธาร กล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมเจอร์ ได้ปรับขึ้นอัตราค่าจ้างสำหรับพนักงานพาร์ตไทม์เป็น 39 บาทต่อชม. จากเดิม 29 บาทต่อชม. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อย่างไรก็ดี เบื้องต้นพบว่า มีพนักงานพาร์ตไทม์บางส่วนถูกลดชั่วโมงทำงานลง เหลือ 6 ชม.ต่อวัน จากเดิม 8 ชม.ต่อวัน
รายงานข่าวจาก บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทในเครือมีการปรับขึ้นค่าจ้างสำหรับพนักงานพาร์ตไทม์ทั้งในส่วนของร้านไอศกรีมแดรี่ควีน(ดีคิว) โดยมีอัตราค่าจ้างเฉลี่ย 34-40 บาทต่อชม. จากเดิมจ้างอยู่ที่ 29 บาทต่อชม. ขณะที่ร้านไอศกรีมสเวนเซ่นส์ก็ปรับเพิ่มเป็น 34-40 บาทต่อชม.เช่นกัน จากเดิมอยู่ที่ 29-30 บาทต่อชม.
สำหรับระเบียบการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนักเรียน-นักศึกษา ที่ช่วยปฏิบัติราชการ ออกประกาศเมื่อปี 2547 โดยกระทรวงการคลัง กำหนดให้หน่วยราชการว่าจ้างนักเรียนนักศึกษาทำงานในช่วงปิดเทอม โดยกำหนดอัตราค่าตอบแทนและระยะเวลาการปฏิบัติงานดังนี้ (1) ปฏิบัติงานเต็มวันไม่น้อยกว่า 7 ชม. ไม่รวมเวลาหยุดพัก ค่าตอบแทนวันละ 200 บาท (2) ปฏิบัติงานครึ่งวัน ไม่น้อยกว่า 3 ชม. ค่าตอบแทน 100 บาท และ (3) กรณีไม่เข้าตามข้อ (1) และ2) ให้จ่ายค่าตอบแทนเมื่อปฏิบัติงานครบ 1 ชม. ค่าตอบแทนชั่วโมงละ 25 บาท
นอกจากนั้นยังมีประกาศของกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 กำหนดให้นายจ้าง จ้างนักเรียน-นักศึกษาทำงานPart -Time ช่วงเปิดเทอม ได้ชั่วโมงละ 30 บาท ไม่เกินวันละ 4 ชม. ส่วนในช่วงปิดเทอมกำหนดให้ทำงานได้ไม่เกิน 6 ชม. ชม.ละ 30 บาท หรือสัปดาห์ละไม่เกิน 30 ชม. โดยกำหนดอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี หรือวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมตอนต้น (ม. 3)
ตำแหน่งงานที่ภาคเอกชนต้องการมากที่สุด ประกอบด้วย พนักงานบริการในร้านอาหาร พนักงานขาย พนักงานธุรการ พนักงานจัดเรียงสินค้า และพนักงานรับโทรศัพท์ ส่วนสถานที่ห้ามนักเรียน นักศึกษา ทำงาน ได้แก่ โรงฆ่าสัตว์ สถานที่เล่นการพนัน สถานที่เต้นรำ รำวง สถานที่มีอาหาร สุรา น้ำชา รวมถึงสถานที่ที่มีการพักผ่อนหลับนอนหรือบริการนวดให้ลูกค้า
โครงการจัดหางานนอกเวลาเรียน (Part - Time) กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเป็นแม่ข่ายในการประสานงานกัดบภาครัฐและเอกชนหาตำแหน่งงานว่างให้นักเรียนนักศึกษา ซึ่งผลการให้บริการ ในปีงบประมาณ 2555 (ตั้งแต่เดือน ตุลาคม -มีนาคม 2555) มีตำแหน่งว่าง 8,953 คน นักเรียนให้ศึกษาใช้บริการ 7,739 คน ได้รับการบรรจุงาน 3,968 คน , ปีงบประมาณ 2554 มีตำแหน่งงาน 12,771 ตำแหน่ง มีผู้ใช้บริการ 17,425 คน ได้รับการบรรจุงาน 9,307 คน และปีงบประมาณ 2553 มีตำแหน่งงาน 22,767 คน ผู้มาใช้บริการ 20,844 คน ได้รับการบรรจุงาน 11,862 คน
นอกจากนั้นกรมการจัดหางาน มีโครงการจ้างนักเรียน นักศึกษา จำนวน 50 คนคนละ 40 วัน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2554-พฤษภาคม 2555 ให้ปฏิบัติงานในสำนักจัดหางานกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ 1-10 รวม 50 คน ได้ค่าจ้างวันละ 200 บาท
อนึ่ง นักเรียน นักศึกษา ที่ทำงานนอกเวลา ตามอัตราค่าจ้างที่รัฐบาลกำหนด แม้จะทำงานเต็มฤดูช่วงปิดภาคเรียน ก็ถือว่ามีเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี นายจ้างจึงไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ของนักเรียน นักศึกษาในกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด
สำหรับนายจ้างที่จ่ายค่าจ้าง นักเรียน นักศึกษา ที่เข้าทำงานในกิจการของตน สามารถหักรายจ่ายของธุรกิจในการเสียภาษีเงินได้ ประจำปีได้ และถ้าการจ้างงานเป็นโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ก็สามารถนำไปหักเป็นรายจ่ายของธุรกิจได้อีก 1.5 เท่าเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,730 12-14 เมษายน พ.ศ. 2555




