หนังสือพิมพ์ดิจิตอล
รับสมาชิกฉบับดิจิตอลออนไลน์ คลิ๊ก .. AIS Bookstore | Ookbee
Homeข่าวหน้า1คอลัมน์ : ข่าวหน้า1 โยธาขอยกเว้นEIA ผุดเขื่อนยักษ์300กม.

โยธาขอยกเว้นEIA ผุดเขื่อนยักษ์300กม.

พิมพ์

กรมโยธาธิการฯ  เร่งผุดเขื่อนยักษ์กั้นน้ำทะเล รอบ2ฝั่งอันดามัน-อ่าวไทย ยาว 200-300 กม.   เดินหน้าชง กระทรวงทรัพย์ฯ ให้สผ.ยกเว้นทำอีไอเอ  เผยถูกกัดเซาะปีละ 5-10 เมตร ยิ่งกว่าข้อพิพาทดินแดนไทยกับเขมร    ฝั่งทะเลจ.นครศรีธรรมราช-สงขลา  เข้าขั้นโคม่า ส่วนเขื่อนป้องน้ำท่วม ทำได้เลย หลังได้งบ 12,500 ล้านบาท
 นายมณทล สุดประเสริฐ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองเปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากกรณีที่พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ระยะ 200-300 กิโลเมตร ถูกกัดเซาะ รุนแรง จนต้องเสียพื้นที่ ที่เป็นแผ่นดินเข้ามาปีละเฉลี่ยประมาณ 5-10 เมตร ส่งผลให้พื้นที่ทำกินของชาวบ้าน สถานที่ท่องเที่ยว บ้านเรือน สูญหายไปในทะเล โดยพื้นที่เร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการก่อสร้างก่อน คือบริเวณชายฝั่งทะเลตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชไปจนถึงจังหวัดสงขลาเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหรา จังหวัดสงขลา ในระยะทาง 1-2 กิโลเมตรถูกคลื่นเซาะเข้าขั้นวิกฤติรุนแรง 
 ทั้งนี้จากการร้องเรียนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ และจากการลงพื้นที่พิสูจน์ของเจ้าหน้าที่กรมโยธาฯพบว่าบริวณหาดชลาทัศน์ มีปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะเข้ามากินพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านแล้วประมาณ 10 เมตร  ส่งผลให้ กรมโยธาฯได้ศึกษาความเป็นไปในการป้องกันริมตลิ่งหรือชายฝั่งเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบไปมากกว่านี้ และได้ข้อสรุปว่าให้เร่งสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ถาวร ที่มีความสูงไม่เกิน 3-5เมตร แล้วแต่พื้นที่ สูงต่ำที่ถูกกัดเซาะ เหมือนต่างประเทศ เพื่อ แก้ปัญหา ดังกล่าวต่อไป
 อย่างไรก็ดี การลงทุนก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลกัดเซาะ ขนาดใหญ่ระยะทางยาว 200-300 กิโลเมตรเมตร จะต้องขออนุญาตทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ กับสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)  แต่เนื่องจาก กรมโยธาฯมองว่า เป็นเรื่องที่ยากลำบากเพราะต้องใช้เวลานาน หากต้องรอการอนุญาตและประเด็นที่ตีกลับเพื่อแก้ไข  ดังนั้นทางออกกรมโยธาฯจะเสนอต่อนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1)  เพื่อขอผ่อนผันหรือยกเว้นการทำอีไอเอเป็นกรณีพิเศษสำหรับการสร้างเขื่อนถาวรดังกล่าว
 อย่างไรก็ตาม การขอผ่อนผันหรือยกเว้นจะเน้นเป็นรายพื้นที่ไป  ทั้งนี้ทางกรมโยธาฯยอมรับว่า การทำโครงการขนาดใหญ่ มีผลกระทบกับพื้นที่รอบข้าง  แต่หากไม่ดำเนินการ ชีวิตและทรัพย์สินและส่วนที่เป็นผืนดิน ก็สูญเสียไปในที่สุด ก็จะมีแต่น้ำละเลที่ล้อมรอบ โดยเริ่มดำเนินการ ลงพื้นที่สำรวจและออกแบบ ในงบประมาณปี 2555  หรือ ปลายปี 2555 นี้เป็นต้นไป ส่วนงบประมาณก่อสร้างเฉลี่ยตกเมตรละ 60,000-70,000 บาท โดยจะใช้งบประมาณของกรมโยธาฯเป็นหลัก
 "ปัญหาน้ำทะเลกันเซาะแผ่นดินนั้นยิ่งกว่าข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาเรื่องดินแดนบริเวณเขาพระวิหาร เพียงไม่กี่ตารางกิโลเมตร แต่การสูญเสียดินแดนไปทุกปีจากการกัดเซาะเงียบๆของน้ำทะเลเสียหายมหาศาลมากกว่า ดังนั้นโครงการนี้จึงต้องเร่งดำเนินการ ช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว แม้ว่าสผ.จะกำหนดในประกาศกระทรวง เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมว่า หากสร้างเขื่อนในทะเล ระยะ 200 เมตรขึ้นไป จะต้องทำอีไอเอ  แต่หากรออีไอเอ และปล่อยให้ทะเลกัดเซาะทุกปี ก็มีปัญหาได้ ปัจจุบันชายหาดบางแห่งในภาคใต้ ทั้งอันดามันและอ่าวไทย ได้ทำแซนด์แบล็กหรือถุงกระสอบทราย หินแข็งๆกองรวมกั้นการกัดเซาะชั่วคราว  ส่วนการการก่อสร้างเขื่อนใหม่นั้น จะเน้นเรื่องความคงทนให้ มีอายุใช้งานยาวนาน ถึง 50-100 ปี ไปเลย"
 รองอธิบดีกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา มี ประสบการณ์ที่ ประเทศ เสียพื้นที่จากการกัดเซาะชายฝั่งไปมาก และมีปัญหาโฉนดของชาวบ้านกลับกลายไปอยู่ในทะเลแทน และมีปัญหาข้อพิพาทระหว่างรัฐกับชาวบ้านมาโดยตลอด ตัวอย่าง ฉะเชิงเทรา บางปะกง สมุทรปราการ  ที่ดินหายไปในทะเลทั้งที่ราคาแพง  ซึ่งเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจตามมา
 ส่วนเขื่อนในประเทศหรือพนังกันน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วม พื้นที่คันดินกันระหว่างชุมชน  เขตลุ่มน้ำปิง วัง ยม นาน เจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหลายจังหวัดทั่วประเทศ  ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ 12,500 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2555  สามารถดำเนินการได้ทันที  ไม่ต้องขออีไอเอ 
 แหล่งข่าวจากกรมโยธาธิการและผังเมืองกล่าวเสริมว่า  ที่ผ่านมา สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้ออกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่อง  กำหนดประเภทขนาด ของโครงการหรือกิจกรรม ซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อปลายปี 2553 เป็นต้นมา โดยข้อ 25.1 ตามประกาศ กำหนดให้กำแพงริมแนวชายฝั่งระยะ 200 เมตรขึ้นไปต้องทำ อีไอเอ ส่งผลให้โครงการ ทำเขื่อนชายฝั่งทะเล คูคลอง แม่น้ำ ต้องทำอีไอเอ  ประกอบกับกรมโยธาฯได้สำรวจโครงการชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ ภาคใต้   และพื้นที่กัดเซาะมีทั้งหมดกว่า 200กิโลเมตร ที่ต้องเร่งดำเนินการ แต่มีปัญหาว่า โครงการในงบประมาณ ปี 2554 หลังที่ประกาศกระทรวงออกมาบังคับใช้ ต้องทำอีไอเอทั้งหมด และขณะนี้ ยังไม่ผ่านทำให้ล่าช้า
 สำหรับโครงการต่างๆที่ติดปัญหาประกอบด้วย 1.โครงการ อ่าวประจวบ 1,000 เมตร  งบ 50 ล้านบาท 2.ชายหาดปราณบุรี 2,000 เมตร 120 ล้านบาท 3.บ้านพอด อำเภอดอนสัก สุราษฎร์ธานี 500เมตร 35 ล้านบาท 4.ชายหาดบ้านทุ่งเปลว อำหาดสำราญ ตรัง 500 เมตร  35 ล้านบาท  6.ชายหาดบ้านผาแดง อำเภอเมืองจังหวัดชุมพร 400 เมตร 30 ล้านบาท   7.ชายหาดบ้านบางสัก อำตะกั่วป่า พังงา 400 เมตร 30 ล้านบาท  8.ชายหาดแม่พิมพ์ อำเภอแกลง ระยอง 320 เมตร28 ล้านบาท  ซึ่งแต่ละโครงการต้องเสียค่าใช้จ่ายทำอีไอเอ 5 กิโลเมตรไม่ต่ำกว่า 50ล้านบาท รวมทั้งออกแบบรายละเอียด
 ดังนั้นในปีงบประมาณ 2555 จึงแก้ปัญหาเลี่ยงอีไอเอ ด้วยการกำหนดความยาวการก่อสร้างในระยะสั้นๆ ไม่เกิน 200 เมตร  เพราะบ้านชาวบ้านพังหมดแล้ว  เช่นหมู่ 3 ตำสองคลอง อำเภอบางปะกง ฉะเชิงเทรา 130 เมตร 10.5 ล้านบาท  หมู่ 2ตำบลสองคลอง ฉะเชิงเทรา  180 เมตร 10.5 ล้านบาท  อ่าวประจวบตอน 3 อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ 190เมตร 11ล้านบาท  บ้านระวะหมู่ 4 ตำกบลระวะ อำเภอระโนด 150 เมตร10.5 ล้านบาท   ชาดชลาทัศน์ สงขลา  3 เฟส  ระยะทาง 1 กิโลเมตร ส่วนเฟส 1 ระยะทาง 250เมตร และ เฟส 2  800 เมตร ดำเนินการงบปี 2553 ซึ่งประกาศให้ทำอีไอเอนี้ยังไม่ออก   
 แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า  ส่วนภาครวมโครงการที่ต้องเร่งดำเนินการ 99โครงการใน 23 จังหวัด ติดทะเลทั้งหมดรวม 170.7 กิโลเมตร  ยกเว้นกรุงเทพฯที่กทม.ดำเนิการเองคือ บางขุนเทียน   โดยจะสร้างเสมอตลิ่ง งบประมาณเมตรละ 60,000-70,000บาท และต้องทำประชาพิจารณ์ โดยที่ผ่านมากรมได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการคมนาคม ให้ยกเว้น การจัดทำอีไอเอ ของหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับเขื่อนชายฝั่งทั้งกรมโยธาฯ กรมเจ้าท่า ฯลฯ เพื่อความรวดเร็ว และจะเสนอต่อ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ยกเว้นอีไอเอต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,718    1-3 มีนาคม  พ.ศ. 2555

 

Read : 3647 times

jL Poll Module1

คิดอย่างไร คสช.สั่งยุบเลิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.)


 

Poll (2)

ให้อำนาจคสช.คุมรัฐบาลได้ ท่านคิดว่าหน.คสช.จะนั่งควบเก้าอี้นายกฯด้วยหรือไม่
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*