Purchase generic remeron Online, cost of order remeron without prescription uk, buy remeron online generic, buy clavamox online generic, cost of order clavamox without prescription uk, uk order generic clavamox online , vertica.com

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2558
menu for mobile

 
   

กลุ่มเพื่อน Shambolic เชิญชวนร่วมซื้อเสื้อจากเพื่อนเพื่อเพื่อน
Home อสังหา อสังหาฯ Real Estate โนเบิลจับมือ4พันธมิตรบูมย่านเพลินจิต

โนเบิลจับมือ4พันธมิตรบูมย่านเพลินจิต

พิมพ์

altโนเบิลเผยจับมือ 4 พันธมิตรธุรกิจ บูมย่านเพลินจิต ชี้ส่งผลดีต่อโครงการโนเบิล เพลินจิต  มูลค่า 1.45 หมื่นล้านขายดี  ทำยอดพุ่งกว่า 60% มูลค่ากว่า 7,000 ล้าน  ขณะที่นักลงทุนได้ผลตอบแทนจากโครงการดังกล่าวไม่ต่ำกว่า  20% พร้อมวาดแผน 5 ปี ขึ้นแท่นอันดับ 6-7 ผู้นำอสังหาฯ ด้วยยอดขายทะลุหมื่นล้าน
             นายธงชัย บุศราพันธ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์  จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าหลังจากบริษัทได้มีการจับมือกับผู้ประกอบการ 4  รายใหญ่ในย่านเพลินจิต ประกอบด้วยกลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กลุ่มบริษัท นายเลิศ จำกัด  และกลุ่มบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)  เพื่อพัฒนาพื้นที่ย่านเพลินจิตเป็นแหล่งธุรกิจสำคัญนั้น ได้ส่งผลให้โครงการคอนโดมิเนียม โนเบิล เพลินจิต มูลค่า 14,500 ล้านบาทที่บริษัทได้เปิดการขายอยู่ปัจจุบัน  และจะเริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้นั้น  สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับกลุ่มนักลงทุนได้ไม่ต่ำกว่า 20%
 "นักลงทุนที่ซื้อโครงการไว้ตั้งแต่แรกเชื่อว่าจะได้ผลตอบแทนสูงอย่างแน่นอน เนื่องจากราคาขายโครงการได้มีการปรับขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง เฉลี่ยครั้งละ 5% และจะปรับขึ้นเป็นระยะอีกอย่างน้อย 3 ครั้ง ตามขั้นตอนการก่อสร้างที่จะเห็นชัดเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2559  หลังจากโครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ เปิดให้บริการแล้ว 2 ปี บริษัทยังมีแนวคิดที่จะจับมือกับพันธมิตรธุรกิจรายใหญ่เพื่อพัฒนาพื้นที่ในทำเลอื่นต่อเนื่อง  หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากโครงการเพลินจิต ซิตี้ แต่ติดปัญหาการหาทำเล  และโครงการที่จะเกิดขึ้นใหม่ พร้อมๆกันในบริเวณเดียวกันนั้นทำได้ค่อนข้างยาก" นายธงชัย กล่าวและว่า
 โครงการโนเบิล เพลินจิต  ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 60%  หรือ 7,000 ล้านบาท จากจำนวนทั้งหมด จำนวน 1,442  ยูนิต มูลค่า 14,500  ล้านบาท  ซึ่งคาดว่าจะสามารถปิดการขายในอีก 2  ปี  และก่อสร้างเสร็จในปี  2558  ส่วนแผนการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 5  ปีนับจากนี้  ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะสร้างยอดขายให้ได้ถึง  10,000  ล้านบาท  โดยนอกจากจะพัฒนาโครงการที่จับตลาดระดับบนแล้ว  จะมีการขยายการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยไปยังตลาดระดับล่างด้วย   ขณะเดียวกันก็เร่งศึกษาโครงการในจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยว อย่างเช่น ชะอำ หัวหิน พัทยา เกาะสมุย และภูเก็ต ซึ่งที่ภูเก็ตบริษัทให้น้ำหนักมากที่สุด อาจจะเริ่มพัฒนาก่อนในปี 2556  
 "ในช่วง  5  ปี   หากยอดขายแตะหมื่นล้านบาท  บริษัทคงติดอันดับ  6  - 7  ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยโนเบิล ยังมุ่งพัฒนาโครงการที่มีแนวคิดที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น  รวมถึงพิจารณาโครงการเพื่อจับตลาดระดับล่าง ที่บริษัทยังไม่มีความถนัด  เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นผู้พัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์มาโดยตลอด" นายธงชัย  กล่าวและว่า
 ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 4  โครงการ มูลค่าโครงการรวม 6,000 ล้านบาท   โดยโครงการแรกจะเปิดตัวในช่วงปลายไตรมาสสอง  เป็นโครงการคอนโดมิเนียมย่านรัชดาภิเษก จำนวน 400-500 ยูนิต เนื้อที่ 7 ไร่  มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท  ราคาขายประมาณ 90,000-1 แสนบาทต่อตารางเมตร และโครงการคอนโดมิเนียมในซอยอารีย์ ถนนพหลโยธิน เนื้อที่ 2 ไร่ครึ่ง จะเปิดขายในไตรมาส 3  ราคาขายไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อตารางเมตร ส่วนอีก 2 โครงการนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้แต่จะยังพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมในเมือง โดยปีนี้บริษัทตั้งงบซื้อที่ดินไว้ 2,500 ล้านบาท
 นายธงชัย  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ยอดขายในปีนี้บริษัทคาดว่าจะต่ำกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 20%  แต่ยอดรับรู้รายได้จะสูงกว่าปีก่อน 10%   เนื่องจากจะมีโครงการใหม่ที่เปิดตัวน้อย แต่มีการโอนโครงการมากกว่าปีที่ผ่านมา  ปัจจุบันบริษัทมีสินค้ารอรับรู้รายได้หรือแบ็กล็อกอยู่ 12,000 ล้านบาท อาทิ โครงการโนเบิล รีฟอร์ม, โนเบิล รีฟายด์ เป็นต้น  รวมมูลค่า 2,500 ล้านบาท  และโครงการที่ยังเป็นสินค้าคงค้างอยู่อีกคิดเป็นมูลค่า  3 ,000 กว่าล้านบาท 
 "เชื่อว่าตลาดอสังหาฯจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง  ซึ่งผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในปีก่อน ได้ส่งผลดีต่อตลาดคอนโดฯในเมือง ขณะที่การพัฒนาคอนโดฯในเมืองจะต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น การถมที่ดินให้สูงขึ้นกว่าระดับถนน" นายธงชัย  กล่าวในตอนท้าย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,713   12-15  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

 

Read : 2097 times



jL Poll Module1

ท่านคิดว่าความเสี่ยงไหนน่าห่วงกว่ากัน



 

Poll (2)

สนช.เสนอปฎิรูปตำรวจยกฐานะเท่ากระทรวงขึ้นตรงนายกฯ16กรมคุมพื้นที่ ท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

English French German Italian Portuguese Russian Spanish Thai

*