Homeลงทุน-อุตฯการค้า-ส่งออก นายกยางฯชี้ทางออกราคาดิ่ง

นายกยางฯชี้ทางออกราคาดิ่ง

พิมพ์

altนายกสมาคมส่งออกยางพาราไทย ชี้ทางออกแก้ปัญหายางราคาตก  เร่งแต่งตั้งประธานกนย.  จัดประชุมชาวสวน ผู้ส่งออก ร่วมหารือ ลดปัญหาความขัดแย้ง  ด้านเครือข่ายชาวสวนยาง14จังหวัดภาคใต้ เปลี่ยนใจ ชวนกองหนุนอีก 3 ภาค นัดรวมพล หากรัฐยังเพิกเฉยตบเท้าบุกกรุงดีเดย์ 15 ม.ค.นี้
 จากกรณีที่ยางพารามีความอ่อนตัวนับตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ทำให้ม็อบยางพาราได้รวมตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี เครือข่ายชาวสวนยาง 14 จังหวัดภาคใต้ ได้เลื่อนออกไป และมีการนัดรวมพลทั้งประเทศที่จะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 15 มกราคม 2555
 ต่อกรณีดังกล่าว  นายพงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต นายกสมาคมยางพาราไทย  เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"  กล่าวว่า  ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความไม่ไว้วางใจกันระหว่างเกษตรกรและภาครัฐ ดังนั้นจึงเสนอว่ารัฐบาล เร่งหารองนายกรัฐมนตรีมารับผิดชอบและแต่งตั้งประธานคณะกรรมการนโยบายธรรมชาติ (กนย.) โดยเร็ว และมีการจัดประชุมเกษตรกร ผู้ส่งออกและผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการยางพาราทั้งหมด ร่วมหารือลดความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกัน โดยมีแนวทางร่วมกันในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะยางพารา ไทยส่งออกเป็นอันดับหนึ่งในโลก มีผลผลิตยางมากที่สุด ผลผลิตทั้งปี 3.2 ล้านตัน ในปี 2554  และคาดว่าในปี 2555 ผลผลิตของไทยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5%  จะมีการส่งออกน้อย แต่จะมีการเพิ่มใช้ภายในประเทศเพิ่มขึ้นจึงทำให้ซัพพลายและดีมานด์มีความสมดุลกัน
 ขณะที่นายคำตา  แคนบุญจันทร์ ปรึกษาสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน (สกยอ.) กล่าวว่า  ในวันที่ 10 มกราคม 2554 ทางเกษตรกรชาวสวนยางทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีประชุมทั้งหมด 20 จังหวัด ซึ่งจะมีประชุมที่จังหวัดหนองบัวลำภู อ.โนนทัน คาดว่าจะมีเกษตรกรมาร่วมจำนวนมาก  จะมีเรื่องร้องเรียนอยู่ 2 ข้อด้วยกัน ได้แก่ 1.  ราคาน้ำยางแผ่นรมควันชั้น 3 จะต้องขายไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 120 บาท  ปัจจุบันราคาไม่ถึงกิโลกรัมละ 80 บาท
 สาเหตุที่ทำให้ราคายางพาราตกต่ำและส่อร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง เพราะสาเหตุมาจากที่นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ไปเจรจาขายยางพาราให้กับจีนเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมาในราคาเอฟโอบี กิโลกรัมละ 105 บาท จึงทำให้ราคายางมีแนวโน้มลดลงจนถึงวันนี้ราคายาง ไม่ถึง 80 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนของเกษตรกรอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท พิจารณาต้นทุนตั้งแต่การปลูก 1-7 ปี ที่ไม่มีรายได้ จนถึงการกรีดต้นยางพารา หลังจากนั้นจะมีการใส่ปุ๋ย บำรุงต้น  และค่าแรงงาน เป็นต้น  ส่งผลให้ปัจจุบันเกษตรกรขาดทุนทั้งๆ ที่ราคาปัจจุบันน้ำยางดิบควรจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 110-120 บาท 
 ส่วนข้อ 2  เรื่องขอสิทธิ์พื้นที่ทำกิน   เป็นปัญหาส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากที่มาไม่มีการปักเขต ชาวบ้านก็อาศัยทำกินมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย  ต่อมาทางราชการได้ปักเขตเป็นพื้นที่สาธารณะ ในพื้นที่ทำกินของชุมชน  บ้างปักเขตเป็นพื้นที่ป่า ทั้งๆ ที่ทำกินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 20-30 ปีแล้ว จึงเห็นว่าไม่เป็นธรรม
 "สำหรับการประชุมเกษตรกรชาวสวนยางพารา ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2554 ทางภาคตะวันออก ภาคใต้ ล่าสุดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และวันที่ 12 มกราคม 2555 จะมีประชุมเกษตรกรยางพาราทางภาคเหนือตอนล่าง  และหลังจากนั้นในวันที่ 13 มกราคม 2555 จะมีการประชุมแกนนำของแต่ละภาคนำข้อสรุปทั้ง 4 ภาคมารวมกัน และจัดทำเป็นข้อเสนอที่จะยื่นข้อเรียกร้องให้กับรัฐบาลในการพิจารณาต่อไป หากรัฐบาลเพิกเฉย ทางเกษตรกรชาวสวนยางทั้ง 4 ภาค จะส่งสัญญาณนัดรวมพล โดยจะกำหนดจุดนัดภายหลังจากการประชุมแกนนำ เพื่อจะไปกดดันรัฐบาลในวันที่ 15 มกราคม 2555 ที่ทำเนียบรัฐบาล เรียกว่าเป็นม็อบยางพารา"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,704  12-14 มกราคม  พ.ศ. 2555

 

Read : 2792 times

jL Poll Module1

สรรพากรจี้5แสนรายผู้ค้าอี-คอมเมิร์ชต้องแจ้งเสียภาษี ท่านเห็นอย่างไร


 

Poll (2)

เล็งเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาท่านเห็นอย่างไร
 

แปลภาษา

EnglishFrenchGermanItalianPortugueseRussianSpanishThai

*