นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าการออกใบสำคัญแสงสิทธิ์อนุพันธ์( DW )ในปี 2555 จาก 120 ตัว เป็น 140-150 ตัว แบ่งเป็นใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ในหุ้นพลังงานและสถาบันการเงิน 60% ที่เหลือเป็นใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ในหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานดีประมาณ 40%
ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่มีต่อ DW01 ประกอบกับในอนาคตอันใกล้หากมีการผ่อนปรนเกณฑ์การออก DW ให้นักลงทุนสามารถซื้อขาย DW บนดัชนี SET 100 จากเดิมที่อนุญาตให้ซื้อขายได้เพียง SET 50 ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมีทางเลือกที่หลากหลายในการลงทุน ตลอดจนสามารถป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้มากยิ่งขึ้นด้วย
นายบรรณรงค์ กล่าวอีกว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายจะมีส่วนแบ่งการตลาดมูลค่าการซื้อขาย DW ของหลักทรัพย์บัวหลวงต่อปริมาณการซื้อขาย DW ทั้งระบบประมาณ 70% จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 46% อย่างไรก็ดีตั้งแต่ต้นปี 2555 จนถึงปัจจุบันหลักทรัพย์บัวหลวงมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 88.3% ทั้งนี้บริษัทมีนโยบายในการดูแลสภาพคล่องของ DW01 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจและลงทุนด้วยความปลอดภัยได้
ขณะที่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมามูลค่าการซื้อขาย DW ทั้งระบบอยู่ที่ระดับ 4,600 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 41% เนื่องจากความกังวลปัญหาหนี้ยุโรป ที่ส่งผลให้นักลงทุนชะลอการลงทุนใน DW ประเภทสิทธิในการซื้อ และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน DW ประเภทสิทธิในการขายมากขึ้น ทำให้สัดส่วนมูลค่าการซื้อขาย Put Warrant ต่อ DW ทั้งระบบเพิ่มขึ้นจาก 7.6% ในเดือนมีนาคม 2555 เป็น 11.1% ในเดือนเมษายน 2555 บริษัทจึงคาดว่าภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า หากปัญหาหนี้ในยุโรปยังไม่คลี่คลายไปในแนวทางที่ชัดเจนขึ้น สัดส่วนการซื้อขาย Put Warrant ต่อ DW ทั้งระบบจะสูงขึ้นเป็น 30-40%
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า บล.คันทรี่ กรุ๊ปฯ(CGS)จะเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์(DW)จำนวน 3 ตัว โดยอ้างอิงบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน)(PTTGC), บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี(STA)และบมจ.การบินไทย(THAI)โดยจะทำการซื้อวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯในวันที่ 11-13 มิถุนายน 2555
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,744
31 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555



