*** 9 เดือนปรับโครงสร้างตัวสินค้า
ตลอดเวลา 9 เดือนที่เข้ามาทำงานใน "ไทยคม" ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยเปลี่ยนจากการปรับโครงสร้างตามบริการหรือตัวสินค้า (Product) มาเป็นการจัดโครงสร้างตามหน้าที่ความรับผิดชอบ (Functions) ของแต่ละส่วนงาน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และรักษาแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
"ในต่างประเทศก็มีการปรับเปลี่ยนองค์การให้มีประสิทธิภาพมีการเปิดสาขาที่ประเทศออสเตรเลีย ย้ายไปสถานที่ที่เป็นคลังสินค้า (warehouse) เพื่อรุกกับธุรกิจที่กำลังเข้ามาเช่นเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่นได้ปรับระบบการบริหารจัดการปรับพนักงานให้มีความคล่องตัวในการทำงานรวมไปถึงบริษัทในเครือทั้งหมดรวมถึง บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน)"
** ยุคหาพันธมิตร
อีกส่วนหนึ่งที่ต้องเน้นคือในยุคนี้การทำธุรกิจของ "ไทยคม" นี้จะไม่ทำคนเดียวจะต้องมีและร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อลงทุนใหม่ อย่างเช่นการสร้างดาวเทียมไทยคม ดวงที่ 6 ได้ลงทุนคนละครึ่งกับบริษัท เอเชีย แซทเทิลไลท์ เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด และการลงทุนในครั้งนี้ถือเป็น "asset-light" คือ บริษัทไม่ต้องลงทุนดาวเทียมล่วงหน้าเหมือนดาวเทียมดวงก่อนๆ เพราะการดำเนินการธุรกิจของดาวเทียมไทยคม 6 นี้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.(คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) โครงการดาวเทียมไทยคม 6 ใช้เงินลงทุนในโครงการทั้งสิ้น 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย ได้อนุมัติเงินกู้มูลค่ากว่า 136.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับโครงการดาวเทียมไทยคม 6
"ขณะนี้ โครงการก่อสร้างดาวเทียมไทยคม 6 อยู่ในขั้นตอน Critical Design Review (CDR) ส่วนเรื่องการทำการตลาดการขายล่วงหน้า บริษัทสามารถปิดการขายล่วงหน้าได้กว่า 15% จากเป้าที่วางไว้ 30% ก่อนการจัดส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรในปีหน้า"
ดาวเทียมไทยคม 6 การก่อสร้างโดย บริษัท ออบิทอล ไซเอนซ์ส แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา มีจำนวนช่องสัญญาณทั้งสิ้น 26 ทรานสพอนเดอร์ แบ่งเป็นช่องสัญญาณซี-แบนด์ จำนวน 18 ทรานสพอนเดอร์ และช่องสัญญาณเค-ยูแบนด์ จำนวน 8 ทรานสพอนเดอร์ โดย บมจ.ไทยคม จะจัดส่งดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจรที่ 78.5 องศาตะวันออก ซึ่งเป็นวงโคจรเดียวกับดาวเทียมไทยคม 5 ประมาณกลางปี 2556 ใช้จรวดส่งฟอลคอน 9 ของบริษัท สเปซ เอ็กซพลอเรชั่น เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ "ไทยคม" ได้ร่วมลงทุนกับพันธมิตรในประเทศอย่างเช่น บริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) โดยให้บริษัทในเครือ คือ บริษัท ดีทีวี เซอร์วิส จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดรับสัญญาณดาวเทียม จานเหลือง "ดีทีวี" ในการผลิตกล่องรับสัญญาณดาวเทียม HD รุ่น Gmm Z by DTV รุ่น HD1 ซึ่งจะมีช่องรายการเอชดี รวม 5 ช่อง คือ 3 ช่องจาก จีเอ็มเอ็ม แซท และอีก 2 ช่องโดยดีทีวี สามารถรับชมช่องรายการทั่วไปได้อีก 80 ช่อง ความร่วมมือครั้งนี้ ดีทีวี จะใช้เครือข่ายและช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้น
***ครึ่งปีหลังสยายปีก 2 กลุ่มใหม่
ส่วนภายในครึ่งปีหลังนี้จะได้เห็นความชัดเจนของธุรกิจใหม่ของ บริษัท อินทัช จำกัด (มหาชน) ซึ่งขณะนี้มีแผนที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง คือ ดิจิตอล ทีวี และกองทุนร่วมลงทุน (เวนเจอร์ แคปิตอล) โดยธุรกิจกองทุนร่วมลงทุนนั้น อินทัช จะเปิดให้บุคคลหรือบริษัทที่ต้องการเข้ามายื่นขอรับการสนับสนุนทางการเงินได้และในเบื้องต้นตั้งงบลงทุนไว้ที่ 200 ล้านบาท
ขณะที่การทำธุรกิจดิจิตอล ทีวี ทางบริษัทแม่คือ อินทัช กำลังศึกษารูปแบบการเปิดประมูลใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่ง ไทยคม และ อินทัช สนใจจะเข้าร่วมประมูล ทั้งใบอนุญาตด้านโครงสร้างพื้นฐาน และผู้ให้บริการโครงข่าย แต่ขอดูรายละเอียดชัดเจนอีกครั้ง
ทั้งนี้การขยายการลงทุนไปยังดิจิตอล ทีวี เชื่อว่าจะไม่ขัดแย้งกับ ทีวีดาวเทียม เพราะปัจจุบันมีจำนวนครัวเรือนที่รับชมโทรทัศน์ผ่านทีวีดาวเทียมจำนวนกว่า 10 ล้านครัวเรือน จากทั้งหมด 17-18 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เชื่อว่าอัตราดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนระบบการออกอากาศซึ่งกันและกัน (คอนเทนต์ ฟีด) และระบบดิจิตอล ทีวีทั่วประเทศจะเสร็จภายใน 4 ปี ดังนั้นการแข่งขันจึงขึ้นอยู่กับเนื้อหารายการของช่อง
ทั้งหมดคือกลยุทธ์ของ "ไทยคม" ภายใต้การบริหารงานของซีอีโอหญิงคนแรก นาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,744
31 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555



