หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

 
   
Home

บิ๊ก'แมริออท'จัดทัพรับบริหารโรงแรมไทย

พิมพ์
User Rating: / 5
แย่ดีที่สุด 

เคร็ก สมิธเคร็ก สมิธการเปิดตัวของโรงแรมใหม่ในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจรับบริหารโรงแรม โดยเฉพาะเชนโรงแรมจากต่างประเทศ ที่เข้ามาเปิดตลาดอยู่นาน อย่างเชน "แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล" จากสหรัฐอเมริกา จะมีกลยุทธ์ช่วงชิงตลาดอย่างไร อ่านได้จากสัมภาษณ์นายเคร็ก สมิธ รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและออสเตรเลีย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล
++จ่อรับบริหารเพิ่มอีก 5 แห่ง
  ปัจจุบันแมริออทรับบริหารโรงแรมในไทยทั้งสิ้นราว 13 แห่ง และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการโรงแรมใหม่อีก 3 แห่งในปีนี้ ได้แก่ โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ระยอง 206 ห้อง  โรงแรมแมริออท สุขุมวิท (ทองหล่อ) กรุงเทพฯ  296 ห้อง และสุขุมวิท ทองหล่อ แมริออท เอ็กซ์เซ็คคิวทีฟ อพาร์ทเมนท์ กรุงเทพฯ 74 ยูนิต โดยทั้ง 3 แห่งนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มธุรกิจและเลเชอร์จากไทยและทั่วโลก ส่งผลให้มีโรงแรมในเครือของแมริออททั้งสิ้นราว 16 แห่งในไทย
 นอกจากนี้แมริออทยังเดินหน้าขยายธุรกิจในไทยต่อเนื่อง โดยมีแผนรับบริหารโรงแรมใหม่เพิ่มอีก 5 แห่ง ภายในระยะเวลา 3-4 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งกลยุทธ์การขยายแบรนด์ของแมริออทจะโฟกัสไปที่การรับบริหารโรงแรมในซิตีเดสติเนชันคือกรุงเทพฯ และรีสอร์ต เดสติเนชัน ได้แก่ พังงา ภูเก็ต และเกาะสมุย และถึงแม้ปัจจุบันแมริออทจะมีโรงแรมในเดสติเนชันเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังมองว่าสามารถเปิดอีกแบรนด์ที่ไม่ไปแข่งขันกันได้ ประกอบกับกำลังมองหาโอกาสขยายแบรนด์ริทซ์ คาร์ลตัน ซึ่งมีศักยภาพสูงที่จะเติบโตในไทย โดยต้องการให้ขยายไปที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเกาะสมุย 
alt รวมถึงการขยายแบรนด์ "คอร์ทยาร์ด" ให้มีมากกว่านี้ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงมาก มีตำแหน่งอยู่ตรงกลางระหว่างแบรนด์ เจดับบลิว แมริออท, เรเนซองส์ และแมริออท หรือมีระดับอยู่ที่ราว 4 ดาว และเป็น Select Service คือห้องพักมีมาตรฐานเดียวกับแมริออท แต่อาจจะขาดความเป็นลักชัวรี หรือมีบริการที่ไม่ Full Service เช่น ห้องอาหารมีเพียงห้องเดียว ห้องซักรีดไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมง เป็นต้น ซึ่ง
คอร์ทยาร์ด จะตอบโจทย์เจ้าของได้ดีกว่า เช่น หากเจ้าของโรงแรมไม่สามารถเปิดโรงแรมให้เป็น Full Service
 เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ ก็สามารถเปิดเป็นแบรนด์คอร์ทยาร์ดได้ ซึ่งมาตรฐานของคอร์ทยาร์ดมีห้องอาหารเพียง 1 ห้อง และมีบริการซักรีดหรือห้องออกกำลังกายที่ไม่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งภายในอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีโรงแรมแบรนด์คอร์ทยาร์ดทั้งสิ้นราว 20 แห่งในเอเชีย-แปซิฟิก  และแบรนด์นี้มีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมากในประเทศไทย 
++เล็งเปิด"แฟร์ฟิลด์ อินน์" 
 ขณะเดียวกันแมริออทยังต้องการขยายแบรนด์ "แฟร์ฟิลด์ อินน์ แอนด์ สวีท" ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับกลางราว 4 ดาว แต่ถูกวางตำแหน่งให้ต่ำกว่าคอร์ทยาร์ด ที่เป็นแบรนด์ที่สูงสุดในบรรดาแบรนด์ระดับ 4 ดาว ขณะที่แฟร์ฟิลด์ อินน์ แอนด์ สวีท จะอยู่ระหว่างกลางของ 4 ดาว และจะเข้ามาในเอเชีย-แปซิฟิก โดยจะเปิดให้บริการแห่งแรกที่อินเดียในช่วงปลายปีหน้า คาดว่าหากเข้ามาในไทยก็มีโอกาสที่จะเติบโตได้ ขณะที่ในเอเชีย-แปซิฟิกจะรับบริหารโรงแรมกว่า 140 แห่ง และการขยายธุรกิจในอนาคตจะโฟกัสการรับบริหารโรงแรมในจีน เป็นอันดับหนึ่ง อินเดีย อันดับสอง นับเป็นตลาดที่แข็งแรง รวมถึงมุ่งการขยายในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซียด้วย
 สำหรับแบรนด์โรงแรมระดับบนอย่างริทซ์ คาร์ลตัน และเจดับบลิว แมริออท ค่อนข้างอยู่ตัวแล้ว  แต่ลูกค้าของคอร์ทยาร์ดหรือแฟร์ฟิลด์ อินน์ ยังมีช่องว่างที่จะดึงให้เข้ามาได้ โดยการเลือกพักโรงแรมของแต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน  แมริออทต้องการตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ ทั้งการที่มองว่าคอร์ทยาร์ดและแฟร์ฟิลด์ อินน์จะเป็นที่นิยม เพราะยังไม่มีโรงแรมแบบนี้มากนักในตลาด
 ประกอบกับจุดเด่นของแมริออทอยู่ที่การมีลอยัลตีโปรแกรม "แมริออท อะวอร์ด" ซึ่งมีจำนวนลูกค้าที่มีความภักดีสูงมาก เนื่องจากเคยมาพักแล้วก็จะกลับมาพักอีก ทั้งแมริออทยังมีโรงแรมจำนวนมาก ลูกค้าที่เป็นสมาชิกยังสามารถนำคะแนนที่สะสมไว้มาแลกห้องพักกับโรงแรมต่างๆในเครือทั่วโลก รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับสายการบินจำนวนมาก ทำให้ลูกค้าสามารถนำคะแนนไปแลกเป็นไมล์ได้
++รับบริหารรร.โตรับเออีซี
 ทั้งนี้ไทยยังเป็นประเทศที่อยากรับบริหารโรงแรมเพิ่มมากขึ้น เพราะยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้ แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีวิกฤติเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่แมริออทก็ให้ความร่วมมือและการสนับสนุนมาด้วยตลอด เช่น ปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เราให้พนักงานที่บ้านประสบภัยน้ำท่วมมาพักที่โรงแรม พร้อมช่วยเหลือเรื่องการเงิน รวมถึงการนำพนักงานไปช่วยทำอาหารที่ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยต่างๆ ด้วย ตลอดจนมีแผนการรับมือกับวิกฤติตลอดเวลากับทุกเรื่อง มีการตั้งงบประมาณสำหรับปีปกติและงบสำหรับปีไม่ปกติด้วย และคนไทยมีข้อดีคือเมื่อปัญหาจบลงแล้วก็สามารถกลับมาดำเนินงานตามปกติ นับเป็นสปิริตที่ดีของคนไทย
 สำหรับสถานการณ์โรงแรมไทยในปัจจุบัน ไม่คิดว่าประสบปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย แต่ราคาห้องพักเฉลี่ยของไทยตกต่ำ เนื่องจากไทยมีเหตุการณ์วิกฤติเกิดขึ้นทุกปี ซึ่งนับจากนี้เป็นต้นไป หากการเมืองนิ่ง และไม่มีภัยธรรมชาติ ราคาห้องพักเฉลี่ยของไทยจะสูงขึ้นมาเอง
 ขณะที่ไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 ก็ยังเป็นการช่วยให้ประเทศที่เข้าร่วมมีการเติบโตทางธุรกิจ ช่วยให้ไทยเติบโตไปพร้อมกับประเทศอื่นด้วย ประกอบกับยังทำให้ 10 ประเทศอาเซียนทำธุรกิจร่วมกันได้ดีขึ้น นับเป็นข้อดีที่คนเอเชียทำธุรกิจร่วมกันเองได้โดยไม่ต้องรอการลงทุนจากต่างชาติ จะส่งผลให้มีการเติบโตมากขึ้น และทำให้แมริออทถูกว่าจ้างในการบริหารโรงแรมเพิ่มมากขึ้นด้วยโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
 ทั้งหมดเป็นกลยุทธ์การขยายธุรกิจของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ที่จะเข้ามาชิงเค้กธุรกิจรับบริหารโรงแรมไทย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,743  27-30  พฤษภาคม พ.ศ. 2555

 

Read : 4201 times

*